บริจาคเลือดครั้งแรก... ในชีวิต :')
posted on 30 Jun 2011 17:30 by lomalapizz



บริจาคเลือดครั้งแรก... ในชีวิต :')


ความแตกต่าง?
14/07/53
ความแตกต่าง? แต่ไม่แตกแยก..
"ฉันไม่ได้เป็นคนวิเศษวิโสมากจากไหน"คือประโยคที่ตูนบอกตัวเองเสมอๆ การได้มาเรียนโรงเรียนสาธิตฯ เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จเล็กๆในชีวิต ซึ่งมันก็อาจจะทำให้คนเราหลงระเริงไปกับสิ่งที่เป็นอยู่ คิดว่าตัวเองอยู่เหนือใครๆ ดีกว่าใครๆ ..
สาธิตฯไม่ใช่โรงเรียนอันดับหนึ่ง ไม่ใช่โรงเรียนที่เข้มงวดเกี่ยวกับการเรียนอย่างที่ใครหลายๆคนคิดกัน หลายคนอาจจะเบื่อ ถ้าจะได้ยินว่า .. "สาธิตสอนให้คนเป็นมนุษย์ ให้นักเรียนเรียนรู้ที่จะทำงาน มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และสามารถยืดหยัดในสังคมได้อย่างมั่นคง" หลายคนอาจจะหัวเราะ เพราะคิดว่า.. ยัยนี่มันอวยโรงเรียนตัวเองชัดๆ ถูกค่ะ.. โรงเรียนใครใครก็รัก แต่ก็ไม่ได้รักถึงขนาดหลับหูหลับตาชมโรงเรียนตัวเอง แล้วไปด่าว่าโรงเรียนอื่นๆได้
สาธิตฯไม่ใช่โรงเรียนที่ดีเลิศ ไม่ใช่โรงเรียนที่จะคอยประคบประหงมดูแลนักเรียนให้เติบโตอย่างอบอุ่น สาธิตฯเป็นโรงเรียนที่จะปล่อยให้เราเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง ฝึกทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ ก่อนที่จะออกสู่สนามชีวิตจริง สอนให้รู้จักอดทน(ถึงแม้ว่าการทำงานดึกๆดื่นๆของสภา จะถูกคนนอกมองว่าเป็นเรื่องทรมานร่างกายตัวเอง และไม่เหมาะสมกับเด็กวัยนี้ชัดๆ) พวกเราถูกโรงเรียนเลี้ยงดูมาให้จัดการตารางชีวิตด้วยตัวเอง ถูกฝึกให้แหกขี้ตาทำงานเพื่อส่วนรวม ถูกฝึกให้รับผิดชอบในหน้าที่ และการทำงานเป็นองค์กร เป็นฝ่าย โดยที่พวกเราเต็มใจที่จะทำเอง..
เมื่อก้าวเข้ามาเป็นเด็กสาธิตฯ มันเป็นเรื่องที่เราต้องเตรียมตัวเตรียมใจอยู่แล้ว เมื่อก่อนตูนเป็นเหมือนลูกแหง่ ติดพ่อติดแม่ติดบ้านตลอดเวลา ก็นับว่าเป็นเรื่องดี ... เมื่อก่อนตูนมุมานะในเรื่องเรียนเท่านั้น เป็นรองประธานนักเรียน มีความเป็นผู้นำ จนกระทั่งเข้ามาในสาธิตฯ ตูนกลายเป็นเด็กที่มาจากตจว. เข้ามาเพื่อเป็นผู้ตาม ไม่ใช่ผู้นำอย่างเคย ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ที่ตัวตูนสังเกตได้คือ ความมีชีวิตชีวา และการเห็นอกเห็นใจเื่พื่อนร่วมงานมากขึ้น การที่จะเป็นผู้ตามและผู้นำที่ดี การทำงานเป็นฝ่าย การแบ่งการจัดการงาน จนตอนนี้แม่ดีใจที่เห็นลูกมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และไว้วางใจ ว่าลูกคนนี้จะดูแลตัวเองได้ ไม่ใช่ลูกแหง่อีกต่อไป...
ที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ได้เกี่ยวกับชื่อเอนทรี่เลย ... "แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก"
รร.ของตูนมีห้องเรียนพิเศษเพิ่มขึ้นมา สำหรับเพื่อนที่มีความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อนๆเก่งมากๆเลยค่ะ ตูนเองยังอดที่จะชื่นชมไม่ได้ แต่ก็มิวายมีเหตุการณ์เหตุการณ์หนึ่ง ที่ทำให้ตูนเสียความรู้สึกไป...
เด็กห้องเรียนปกติและห้องเรียนพิเศษ ต่างมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เด็กห้องปกติมองว่าเพื่อนๆห้องพิเศษมีความสามารถ และชื่นชมจากใจจริง ที่สำคัญพวกเราทั้งหมดก็ไม่คิดว่าเราแตกต่างกัน..
แต่การกระทำของผู้ใหญ่ในรร. นั่นแหละค่ะ ทำให้เด็กห้องปกติเสียความรู้สึก หลายครั้งที่พวกเขาเอ่ยโทษพวกเรา เอ่ยเปรียบเทียบว่าเราไม่เรียบร้อยบ้างล่ะ ไม่มีมารยาทบ้างล่ะ ไม่เหมือนเพื่อนห้องพิเศษ ... ตอนเพื่อนๆสอบกัน ก็หาว่าพวกเราทำเสียงดังรบกวนเพื่อน แต่ตอนเราสอบ ทำไมไม่มีใครไปดุเพื่อน ที่ทำเสียงดังรบกวนพวกเราบ้าง ...
ทั้งๆที่พวกท่านพร่ำบอกเสมอๆ ว่าไม่อยากให้เรามองเพื่อนๆแตกต่าง แต่สิ่งที่พวกท่านทำกับเรา มันเหมือนกับการขีดเส้นแบ่งเรากับเพื่อนๆดีๆนี่เอง มันทำให้ตูนเสียใจจริงๆค่ะ ที่พวกท่านมองพวกเราอย่างนั้น ขอเถอะนะคะ อย่าทำให้พวกเราเสียความรู้สึก เพราะว่าพวกเราเป็นห้องธรรมดา ไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ และถูกมองว่าเป็นเด็กเกเรอีกเลย ...
เฮ้อ..... เซ็งค่ะ เมื่อกี้นั่งอ่านฟิสิกส์ซะเบลอเลย ได้ระบายหน่อยก็คลายความเครียดไปได้เยอะเหมือนกัน ^^